Au - 的个人资料:::: *-* Au *-* U - s@ *...照片日志列表更多 工具 帮助

日志


3月17日

~ อากาศร้อน ... อารมณ์เย็น ~

Hot Hot Hot......ร้อน ร้อน ร้อน
 
ช่วงนี้อากาศร้อนจัง ทำเอาตัวจะละลายเป็นไอติมโดนแดดทุกที ที่ลงไปกินข้าวเที่ยง
อยากอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ ทั้งวัน จะได้อารมณ์ดี อารมณ์เย็นๆ
(จิงๆ อยากไปอเมริกามากกว่า ได้ข่าวว่า ติดลบ 4 องศา) คงหนาวมากๆ ถูกใจเจ๊
แต่ก็อย่างว่าละนะ สอบวีซ่าไม่ผ่านนี่นา ทำไงได้ อดไปเลย (จะเอาระเบิดไปบึ้ม... ระวังไว้นะ)
ขอไปเที่ยวแค่ 10 วันเอง แค่นี้ทำเป็นงกไปได้ เอาตังค์เข้าประเทศนะ ไม่ได้ไปเอาออกมา... ใจร้ายจัง
เอาเหอะ บ่นไปก็ไม่ได้อยู่ดี คงต้องรออีกนาน ให้ประสบการ์ทำงานมากกว่านี้ก่อนละมั๊ง...ฮือๆ เศร้าใจ
อยากไปเมืองนอก ... แต่คงทำได้แค่ไปนอกเมืองก่อนมั๊งเนี๊ยะเรา
 
อากาศร้อน ... ทำให้อารมณ์ร้อนตาม
น้ำแข็งขั้วโลกก็คงเอาไม่อยู่แล้ว
การทำงานทุกวันนี้ เจอแต่เรื่องปวดหัว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนเรา แย่ได้ถึงขนาดนี้
เริ่มไม่สนุกกับการทำงานด้านนี้แล้วล่ะ ... เหมือนเป็นแผนกจับผิดคนมากกว่า (HR)
จับได้ไล่ทันก็บ่น จับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็ถือว่าเก่งไป เฮ้อ... เบื่ออะ
เมื่อไหร่คนเราจะรับผิดชอบในตัวเอง รู้จักรักษากฎระเบียบกันบ้างนะ ..เราจะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้
ทุกวันนี้ใช่ว่าจะมีความสุขนะ กับการที่ต้องตามเช็คเวลาเข้างานของแต่ละแผนก
มันน่าเบื่อเอาการ หาใช่เรื่องที่เป็นสาระประโยชน์ไม่
มีงานที่ต้องทำอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่เป็นคนดีกันบ้างนะ
 
แล้วอากาศร้อนๆ แบบนี้ แทนที่จะร้อนแค่อากาศ กลายเป็นว่า อารมณ์เราก็ร้อนตามไปด้วย
ไม่ดีต่อสุขภาพเลยจริงๆ ก็เลยต้องคลายเครียดด้วยการไป Fitness
วิ่งๆๆๆๆๆ ให้เหงื่อมันออก จะได้หายเครียด ปั่นๆๆๆๆ จักรยาน (แอบคิดว่าเตะหน้าคนไม่ชอบอยู่)
ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ทำไมงานด้านนี้มันลำบากใจแบบนี้นะ
ไอ้เราก็คนรักษากฎ แต่ก็ย่อมมีคนแหกกฎเสมอ (ทุกที่เลย)
 
ได้ระบายอะไรในใจบ้าง ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อย
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นได้ทุกวัน
กดปุ่ม reject ให้มันออกนอกโลกไปเลยได้มั๊ยเนี๊ยะ จะได้เหลือแต่คนดีๆไว้
ไม่หนักโลกด้วย
 
แต่ยังไง ช่วงนี้อากาศร้อนๆ ก็อยากให้ทุกๆ คน อารมณ์เย็นๆ ไว้นะ
อย่างน้อย อารมณ์เย็นๆ ก็ทำให้อะไรหลายๆ ดีขึ้นกว่าเก่า
ทำให้ มองอะไรก็ไม่แย่ไปซะหมด
ทำให้ โลกเราสดใสขึ้นอีกเยอะเลย
คิดในแง่ดีว่า อากาศร้อน ... เป็นการเผาผลาญไขมันไง
Burn ไขมันอีกทางหนึ่ง จะได้ผอมเพรียวกันถ้วนหน้า...สาธุ
 
 
2月14日

Happy Valentine's Day

 
...Happy Valentine's Day ja....
 
ปีนี้แม้ว่าจะอยู่ห่างกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความรักระหว่างเราห่างกันไปด้วยเลย
เมื่อวานศรุตแวะมาหา พร้อมกับของขวัญที่ดีที่สุด 1 ชิ้น
มันเป็นการรวมเอาทุกสิ่งที่ผ่านๆ มาในความรักของเรารวมไว้อยู่ในนั้น
ทำให้ผู้หญิงแกร่งๆ คนนึง ร้องไห้ได้ ... คิดว่ามันน่าจะซื้งมากกว่าเศร้านะ
ขอบคุณนะ สำหรับสิ่งดีๆ มากมาย ที่ผู้ชายคนนึงมอบให้ผู้หญิงคนนึงได้มากขนาดนี้
ดีใจที่มีเธออยู่ใกล้ๆ (แม้ว่าระยะทางจะไกลกันก็ตาม)
ขอบคุณนะ สำหรับของขวัญ แม้ว่ามันจะไม่แพง แต่มันก็มีค่าสำหรับเค้า
ขอบคุณอีกครั้ง สำหรับความตั้งใจ ทำของขวัญชิ้นนี้ จากใจ
ขอบคุณสิ่งทั้งหลาย รอบๆ ตัว เราสองคน
ที่ทำให้เราได้เจอกัน รู้จักกัน เรียนรู้กันและกัน และ...
ทำให้เราได้ "รัก" กันไง
 
 !!! LOVE FOREVER !!!!
1月7日

Happy Good Day?

Happy Good Day it seem Happy New Year?
for a long time that I don't up my space
Sorry >> for everyone that waiting to read it na ja
 
Now--- I'm at Silpakorn University My big warm House
I feel good in the first time that my foot touch the ground (my home)
So warm so good and feel great more than say
long time....no fresh air in my lung
long time....no friend gossip at Union
long time....no happy after graduated (go to work)
 
    I miss you all
 
เพ้อเจ้ออะไรก็ไม่รู้เนอะ นานแล้วที่ไม่ได้อัพสเปซ ก็งั้แหละ
อยากมีเวลากลับมาบ้านหลังอุ่นหลังนี้บ่อยๆ จัง
ก้าวแรกที่ลงจากรถ เท้าสัมผัสพื้น
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
ไปอยู่ที่อื่น มันขาดความอบอุ่นยังไงไม่รู้
ไม่มีอากาศดีๆ ท้องฟ้าสดใส ลมพันเย็นๆ
ไม่มีเพื่อนๆ คอยพูดคุยกัน หัวเราะกัน เป็นกำลังใจให้กัน
ไม่มีความสุขเท่าไหร่กับการจบใหม่แล้วทำงานกับสังคมที่แก่งแย่งชิงดี
 
อยากให้รู้ว่า คิดถึงเสมอ
โลกที่เป็นอดีตของฉัน แล้วฉันจะคิดถึงเธอบ่อยๆ นะ
เป็นกำลังใจให้ฉันอยู่บนโลกที่แสนสับสนใบนี้ได้ตลอดไปด้วยนะ 
11月19日

Happy and Sad

Happy Story
 
มีอยู่ว่า เมื่อวานมาหาศรุตที่นครปฐม (อีกแล้ว)
และไปเลี้ยงส่งเพื่อนเพียว ไปทำงานที่โคราช (ไปซะไกลเลยนะ ตัวอ้วน)
กว่าจะได้กลับมานอน ก็ปาเข้าไปเกือบตี 1 (แต่ปาร์ตี้นี้ก็สนุกมากมายเลยล่ะ)
ตื่นแต่เช้ามาในวันนี้ ก็เพื่อออกมาทานข้าวเช้ากับศรุต (เพราะศรุตมีเรียนตอนเช้าล่ะ อิ อิ สมน้ำหน้า)
ส่วนเราก็มานั่งเล่นเน็ตที่ห้องป.โท คณะวิทย์ฯ (ของฟรีมันดีอย่างนี้นี่เอง)
เลยได้เวลาฤกษ์งามยามดี อัพสเปซซะที (ได้ข่าวว่าไม่ได้อัพมานานมากแล้ว เดือนละครั้งนั่นเอง)
ก็เลยได้เรื่องราวมาเล่ากันวันนี้ไงล่ะ (ไม่รู้ว่าจะมีคนแวะเข้ามาบ้างมั๊ยน๊า)
 
เรื่องราว Happy Happy ของเราก็ไม่มีอะไรมากหรอก
แค่มีวันที่ได้เจอกับศรุตบ้างก็ดีใจที่สุดแล้ว เพราะว่าไม่ค่อยมีเวลาเจอกันไง
พอได้เจอกันมันเลยทำให้เรามีความสุขไงล่ะ
ไม่รู้นะ ว่ามันอาจจะดูไร้สาระก็ได้ แค่เจอกันแค่นี้เอง
มันก็คงแค่นี้เองสำหรับคนที่เค้ามีเวลาเจอกันทุกวัน
แต่ สำหรับคนที่นานๆ เจอกันที มันวิเศษที่สุดเลยล่ะ (รู้มั๊ย)
ได้มีเวลากินข้าวด้วยกัน นั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน
ไปไหว้พระด้วยกัน ไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ด้วยกัน
และอีกหลายๆ อย่าง
อยากบอกว่า ไม่เหนื่อยเลยที่มาหาศรุตที่นี่บ่อยๆ (แม้ว่าจะเป็นอาทิตย์เว้นอาทิตย์ก็เหอะ)
ก็คนมันอยากเจอนี่นา แล้วก็คิดถึงด้วย ทำไงได้ล่ะ
ความเหนื่อยของเค้า เทียบกับความอดทนของศรุตเวลาอุ๊ษางอน ไม่ได้หรอก
เวลางอนที ง้อกันเหนื่อยเลยใช่มั๊ยล่ะ
แถมยังงอนบ่อยอีกด้วย เหนื่อย*2   555+
เอาเป็นว่า เจ๊ากันเนอะ ต่างคนต่างทำเพื่อคนที่รัก
 
เอาล่ะ จบเรื่องราวหวานๆ Happy Happy เอาไว้ก่อนนะ
เพราะมีเรื่อง Sad มาเล่าให้ฟังด้วย
 
ฮือๆๆๆๆ เครื่องเล่น MP4 ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อต้นเดือนนี้เอง
มัน เจ๊ง คร้าบ ซึ่งก็คือ มันเสียนั่นเอง
โค-ต-ร เซ็งเลยอะ
เพิ่งใช้ได้ไม่เท่าไหร่เอง
แถมยังต้องไปซ่อมที่พันทิพย์อีก เอาเข้าไป
อะไรมันจะต้องดิ้นรนขนาดน้าน
แต่ให้ไปคนเดียวก็ใช่เรื่อง
เลยต้องรอให้ศรุตพาไป
กว่าจะว่างก็ปาเข้าไปวันพ่อแห่งชาติ (5 ธ.ค.) เลยอะ
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก รอมีคนไปด้วย ดีกว่าไปคนเดียว
ยิ่งไม่คุ้นเคยกับสถานที่อยู่ด้วย
จริงๆ แล้ว ก็ไม่กล้าไปคนเดียวนั่นแหละ ป๊อดว่างั้นเลย
กว่าจะตกลงกันได้ เล่นเอางอนศรุตไปหลายรอบเลยเหมือนกัน
เพราะว่าอยากให้พาไปวันนี้ แต่ก็ไม่ว่าง เพราะมีเรียนเลิก 4 โมงเย็น
กว่าจะไปถึงก็คงเกือบทุ่มนึงพอดี ร้านมันคงปิดไปแล้วล่ะ เนอะ
เลยงอนซะ
กว่าจะง้อได้ เหนื่อยอีกตามเคย (ศรุตง้อนะ) อิ อิ
ดูเหมือนว่า เรื่อง Sad ก็กลายเป็นว่าตอนจบก็ Happy ได้นี่นา
Ok Ok จบแล้วคร้าบ
งง มั๊ยล่ะ อยู่ดีๆ ก็จบซะงั้น
ถ้าอยากรู้ก็รออ่านเดือนหน้าละกัน จะมาอัพให้อ่านกันอีกที 555
 
 
10月27日

วันที่ฉัน....ป่วย

แค่ Title ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้ .... ป่วย
เลยหยุดอยู่บ้าน จริงๆ ลาป่วยตั้งแต่เมื่อวานตอนบ่ายแล้ว
ไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลนนทเวช (แบบว่าที่ใกล้บ้านอะ)
ถามประวัติ กว่าจะได้บัตร ปาเข้าไป 15 นาที (นี่ถ้าป่วยมาก คงตายไปแล้ว)
ยังไม่เท่านั้น รอคิวตรวจความดันกับวัดปรอทอีก 15 นาที
นั่งรอหมอหน้าห้องอีก 10 นาที
เข้าไปตรวจ 10 นาทีออกมาล่ะ
หมอบอกว่าเป็นกล้ามเนื้อที่คอ อักเสบ เลยทำให้ปวดหัวมาก
ปวดแบบว่า ตั้งแต่จมูกถึงต้นคอเลยอะ ปวดจี๊ดๆ เลย
เป็นเพราะนั่งทำงานหน้าคอมฯ นานๆ แล้วก็นอนตะแคงบ่อยๆ
เลยทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ
ตอนตรวจ เค้าก็บอกให้หันหน้าไปทางซ้าย แล้วกดลงที่ต้นคอเราอะ
โอ๊ย... โค-ต-ร เจ็บเลย น้ำตาไหลเลยอะ ฮือๆ จาฟ้องพ่อด้วย
แล้วทีนี้ก็หันหน้าไปทางขวา แล้วก็กดคอด้านซ้ายอีก
เจ็บแปล๊บเลย ฮือๆ กดลงมาได้ ไอ้คุณหมอนี่
ดีนะที่เป็นหมอ ไม่งั้นละก็ โดนแบ็คคิกไปแล้วแน่นอน
คุยเสร็จบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก
ให้มาหาหมอดูอาการอีกทีวันจันทร์
ให้ยามากิน
โดยมากยาที่ได้นี่ มันเป็นยาแก้ไข้เกือบหมด
เป็นยาคลายกล้ามเนื้อตัวเดียวเอง
เอ๊.. ตกลงว่าเราเป็นอะไร(กัน) แน่
คล้ายเนื้อเพลงเลยเนอะ
แค่บอกว่ามีไอนิดเดียว(จิงๆ) กับมีน้ำมูก (นิดเดียวอีกเหมือนกัน)
ดัน สั่งยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก ยาแก้แพ้ มาให้ด้วย
แต่ยาที่รักษาอาการปวดหัว มีตัวเดียวซะงั้น
เฮ้อ.. แอบงง กะคุณหมอจิงๆ
 
เอ้อ.. แล้วนี่ขนาดไม่สบายยังมาอัพสเปซกะเค้าได้เนอะ
อย่างนี้มันน่าสงสารมั๊ยเนี๊ยะเรา .. ว้า แย่จัง อิ อิ
ไปนอนพักผ่อนแล้วดีกว่า
จะได้หายไว ไว
บุ๊ย บุ่ย (ศัพท์เฉพาะรู้กันสองคน)
9月24日

Lonely.... Lonely

 
Lonely Lonely
เกริ่นนำมาก็คงคิดว่าเหงาอะดิ
เปล่าหรอกนะ แค่จะบอกว่า วันนี้อยู่บ้านคนเดียว
ก็เท่านั้นเอง
 
พี่ชายคนโต... ไปเที่ยวเมืองปร๊าก (สะกดผิดรึเปล่าไม่รู้)
แต่ช่างเหอะ มันบอกว่าเป็นเมืองที่สวยมากๆ
เป็นเมืองที่มันใฝ่ฝันอยากจะไปให้ได้
ร้องดิ้นๆ จาไป จาไป
(จิงๆ แล้วแอบเติมเอาเอง)
ใครจะบ้าออกอาการขนาดน้านเนอะ
 
พี่ชาย (ตัวอ้วน) ไปเที่ยวกับที่ทำงาน (ของแฟน)
ไปล่องแก่งกัน ที่ปราจีนบุรี
กว่าจะกลับมาก็คงดึกๆ
 
สรุปว่า เมื่อคืนเราก็ต้องนอน Lonely อยู่บ้านคนเดียว
แถมพ่อหมีตัวดี หลอกผีซะด้วย
บอกว่าระวังนะ ดึกๆ มืดๆ
(อย่าแกล้งดิ คนยิ่งกลัวๆ อยู่ด้วย)
 
แต่ก็รีบคุยแล้วก็รีบนอน
ก็มันอยู่คนเดียวนี่นา ความกลัวก็เข้าครอบงำ เป็นธรรมดา
จิงๆ แล้วป๊อด มากกว่า แหะ ๆ
 
เช้ามาวันนี้ก็ตั้งใจไว้ว่าจะรีบตื่น
เปล่า ๆ ไม่ได้กะจะตื่นเช้า เป็นคนดีหรอกนะ
เพียงแค่อยากกินข้าวหมูอบ (ร้านหมื่นปีหมื่นๆ ปี ก็เท่านั้น)
คือว่า ร้านนี้มันเป็นร้านที่คนเยอะมากๆ แล้วก็ทำนานมากๆ ด้วย
แต่ ..... อร่อย ..อะ
ก็เลยต้องรีบตื่นเพื่อไปเข้าคิวซื้อเลยนะเว้ย
แบบว่าไปถึงก็
คิวที่ 5 แล้วไอ้แต่ก็คิวนี่ก็ต้องอย่างต่ำคนละ 4-5 กล่อง
(จะซื้อไปทำไมเยอะแยะเนี๊ยะ .. เผื่อแผ่คนอื่นเค้าบ้างดิ)
ไอ้เราก็รอไปดิ
แล้วจะมาทำฮึดฮัดๆ ไม่ได้นะ ไม่ได้
เจ๊เค้าหน้าไม่รับแขกมากๆ แบบว่าหยิ่งอะ ของข้าอร่อยที่สุดในโลก
อยากกินเหรอ ... รอคิวดิ
แถมห้ามสั่งไว้แล้วเดินไปซื้อของอย่างอื่นนะ กลับมานี่มีสิทธิ์ โดนตัดสินการสั่งได้
เห็นมั๊ยล่ะ วีรกรรมร้านข้าว แค่จะกินต้องออกไปรอคิวตั้งแต่ตี 4
แต่จริงๆ แล้วเปิดร้าน 7 โมง
ใครไปรอก่อน เจ๊โมโห แบบว่าจะมาไซโคล กรูทำไมเนี๊ยะ พาลหงุดหงิดๆ อีก
เพราะฉะนั้น ต้องทำตัวเป็นลูกค้าที่ดี มีมารยาท แล้วเจ๊จะจัดให้อย่างแบบว่า
ที่บ้านเจ๊ได้เนื้อมาฟรี ... ใส่แล้วใส่อีก เนื้อเต็มกล่องเลย มองไม่เห็นข้าวด้วย
เอากะเจ๊ดิ
น้อยๆ ไม่ได้นะ เจ๊ชอบให้เนื้อมากๆ แบบว่าล้นกล่องกันเลยทีเดียว แต่ราคาสิ 25 บาทเท่านั้น
โค-ต-ร ถูกเลย หาไม่ได้อีกแล้วในภพนี้
555+
 
เรานี่ก็โม้ได้เป็นวรรคเป็นเวรเหมือนกันนะเนี๊ยะ
เก่งเหมือนกันนี่เรา
เอาเป็นว่า ถ้ามีเรื่องของเจ๊ มาอัพเดทเมื่อไหร่ จะเข้ามาประจาน
เอ๊ย... เข้ามาเล่าสู่กันฟังอีกละกัน
เผื่อใครอ่านแล้วจะนึกอยากกินขึ้นมาบ้าง
เชลล์ไม่ชวนชิม... แต่ อุ๊ชวนมากินนะจ๊ะ
9月9日

ต้อนรับวันสำคัญของเรา

 
เปลี่ยน Theam ต้อนรับวันเกิดซะหน่อย
หลังจากที่ไม่ได้เปลี่ยนซะนานเลย กลัวเพื่อนๆ ที่เข้ามาแวะ จะเบื่อซะก่อน
ใกล้แล้วสิ วันเกิดเรา (11 ก.ย.)
หลายๆ คนคงคิดถึงวันที่ตึก World Trade ถล่มแน่ๆ เลย
จะดีใจ ดีมั๊ยเนี๊ยะ ที่ดันมาเกิดเรื่อง วันเดียวกับวันเกิดเรา
 
ปีนี้ ก็เป็นอีกปี ที่มีความสุขดี
ได้ทำงานหลังจากเรียนจบ
แม้ว่าจะต้องรอ (2 เดือน) ก็ตาม
 
พรุ่งนี้ที่บ้านเค้าจะพาไปทานข้าวกัน
อยู่กันแต่พี่ๆ น้องๆ แต่ขาดพ่อกับแม่มาร่วมแจมด้วย
เพราะว่าอยู่ตรัง (ไกลไปนิดนึง)
ยังไม่รู้เลยว่าปีนี้จะมี surprised อะไรรึเปล่า
แต่ที่แน่ๆ รู้แล้วล่ะ ว่ามีบางคนจะแวะมาหา
และมาทานข้าวเย็นด้วยกัน
กับครอบครัวของเรา
แอบดีใจเลยละ เพราะปกติมักจะไม่ค่อยว่างหรอก
เพราะเค้ามีเรียน(ป.โท) และก็ทำงานด้วย (คงเหนื่อยน่าดู)
ก็เลยดีใจไง ที่เค้าไม่ลืมวันเกิดเรา
 
ปีนี้อยากขอพรให้พ่อกับแม่สุขภาพแข็งแรง
เพราะเริ่มแก่ตัวลงกันแล้ว ทั้งสองคน (รักษาสุขภาพนะคะ)
หนูเป็นห่วงนี่นา แถมยังไม่ค่อยได้เจอกันด้วย
คุยแต่ทางโทรศัพท์
ขอให้พี่ๆ ของเราทุกคนมีความสุขกับการทำงาน
อย่าเครียดกันจนเกินไปนัก
โดยเฉพาะพี่ขวัญ (ท้องได้ 2 เดือนแล้ว)
รักษาสุขภาพให้มากๆ นะ หลานหนูจะได้แข็งแรงด้วย
แล้วก็เพื่อนๆ ทุกๆ คน ที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว
คิดถึงมากๆ เลยล่ะ ขอให้ Happy Happy กันมากๆ นะจ๊ะ
ไว้ว่างๆ นัดไปกินข้าว + เม้าท์กันนะ (คิดถึงอะ)
และคนสุดท้าย "ศรุต" ไงล่ะ
(ถ้าลืมสงสัยมีงอนแน่ๆ เลย อิ อิ)
ขอให้มีความสุขกับการทำงาน
มีความสุขกับการเรียนป.โท อันหนักหน่วง
และขอให้ความรักของเรา มั่นคงตลอดไป
 
ท้ายสุดจิงๆ แล้วล่ะ
ขอให้สังคมไทยของเรา...สงบสุข
(เหมือนนางสาวไทย เลยเนอะ 555+)
 
Happy Birthday to Au
8月26日

##เพราะว่า "เราต่าง" จึงต้องเข้าใจ ##

 
          พอดีได้ฤกษ์ มาเช่าหนังสือที่ร้านลุง
เจอหนังสือเล่มนึง เรื่อง "เพราะว่า เราต่าง จึงต้องเข้าใจ"
ดูจากชื่อเรื่องแล้วคงเดาได้ว่า เกี่ยวข้องกับผู้หญิงและผู้ชายเป็นแน่
แล้วพอมาได้ลองเปิดผ่านๆ ดู
มันก็เป็นเช่นนั้นแล
เพียงแต่ว่า มันทำให้เรารู้จักมองในมุมมองของอีกฝ่ายบ้าง
ไม่ใช่มองจากมุมของเราอยู่ฝ่ายเดียว
มันสอนให้เราเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักที่จะประคับประคองความรักให้คงอยู่..นานๆ
อ่านแล้ว "เข้าใจ" ขึ้นมาเลยล่ะ
แต่จะเข้าใจได้นานแค่ไหน คงต้องลองมาดูกันต่อไปนะ .. อิ อิ
 
วันนี้มาหาศรุตที่มหาลัย
เอาเสื้อที่ซื้อให้มาฝาก เพราะว่าอาทิตย์หน้าต้องเคลียร์งาน
คงจะมาไม่ได้ เลยแว๊ปมาหาก่อนอาทิตย์นี้
เดี๋ยวจะไม่เจออีกตั้ง 1 อาทิตย์แหนะ
 
เอาเป็นว่า วันนี้และทุกๆ วันก็ยัง Happy ดีอยู่
เพียงแค่เราทำใจให้สบาย
มีปัญหาอะไรก็ หันหน้ามาคุยกัน
มันทำให้เราสองคนเข้าใจกันมากขึ้น
ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหรอกนะ
เพียงแค่ทำให้อีกฝ่ายเห็นเราในอีกแง่มุมอื่นๆ ก็เท่านั้นเอง
เค้าอาจจะไม่เคยเห็น ก็เลยไม่ชิน ทำให้ไม่เข้าใจกัน
เพราะฉะนั้น เราต้องคุยกัน บอกกัน ไม่ว่าอะไรก็ตาม
เพราะอย่างน้อย เราก็ยังรักกันอยู่
และจะรักกันตลอดไป..นะ
 
 
7月22日

Congratulations

ในที่สุด
ความสำเร็จก้าวแรกในชีวิตก็ใกล้วเข้ามาแล้ว
..
..
วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม 2549
วันพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตใหม่
มหาวิทยาลัยศิลปากร
..
..
หลังจากที่เราใช้ชีวิตทั้งเรียนและเล่นในรั้งสีเขียวเวอร์ริเดียน
มาเป็นระยะเวลารวมทั้งหมด 4 ปี
วันที่ 29 คงเป็นวันที่เราและครอบครัวมีความสุขที่สุดวันนึง
หลายคนคงคิดว่า มันจบแล้ว
แต่สำหรับเรา
มันเป็นก้าวย่างแรกในชีวตต่างหาก
เราต้องก้าวเข้าไปสู่โลกแห่งการทำงาน
โลกแห่งการพบปะผู้คน เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น
ในโลกใบใหญ่ใบนี้
..
..
ความทรงจำดีๆ จะเป็นแรงใจให้เราสามารถที่จะ
อยู่บนโลกนี้ได้ อย่างราบรื่น
นอกจากนี้
เราคงจะต้องทำตัวเราให้เข็มแข็งขึ้น
เพื่อเอาตัวรอดในสังคมให้ได้
มันอาจจะมีทั้งด้านดีและไม่ดี
เราคงเลือกที่จะอยู่ในสังคมดีๆ ไปตลอดคงไม่ได้
อาจจะต้องเจอสังคมที่แย่ๆ บ้างในบางโอกาส
ฉะนั้น ตัวเราเองต้องมีแรงกายและแรงใจก่อน
จึงจะดำรงอยู่ในสังคมสองสีนี้ได้อย่างมีความสุข
...
...
...
นานแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน
นานแล้วที่เราไม่ได้คุยกัน
ถึงเวลาที่เราจะได้เจอกัน-คุยกัน
ในไม่ช้านี้
ฝากความคิดถึง
ฝากความห่วงใย
ฝากกำลังใจไปให้ทุกๆ คน
...
...
รักนะ
7月8日

ขอพรจากนางฟ้า

1 วัน มี 24 ชั่วโมง
แต่ทุกวันนี้อยากให้วันนึงมีเวลามากกว่านี้จัง
รู้สึกว่า เวลาเป็นของหายากซะแล้ว
นับตั้งแต่ทำงาน
เงยหน้าอีกทีก็เที่ยง
เงยหน้าอีกทีก็เย็น
กลับบ้าน
ตอนเช้าตื่นนอน มาทำงาน
วงจรชีวิตช่างน่าเบื่อเสียนี่กระไร
 
อยากมีเวลานอกเหนือจาก 24 ชั่วโมงนี้ฃ
ไปพักผ่อน ไปผ่อนคลายความเครียด
ไปในที่ที่เราได้พักผ่อนจริงๆ ไม่ต้องได้ยิน
หรือรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการทำงนอีก
จริงๆ แล้วงานไม่ได้หนักหรอกนะ
แต่
มันเหนื่อยใจกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวต่างหาก
ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้วถ้าเทียบกับเมื่อก่อนนี้
เพราะมี "เพื่อน"
อย่างน้อยก็มีคนคอยปรับทุกข์ด้วย
ไปกินข้าวด้วย
กลับบ้านด้วยกัน
เทียบกับก่อนหน้านี้ที่
กินข้าวคนเดียว
โดนว่า ก็ไม่รู้จะคุยกะใคร
กลับบ้านคนเดียว
 
โคตรเหงาเลย
เอาเป็นว่า
ถ้าพรจากนางฟ้ามีจริง
ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดีและมีความสุข
กับทุกๆสิ่งรอบๆ ตัว
กับทุกๆ อย่างรอบๆ ด้าน
. . .
. . .
สาธุค้าบ
6月18日

Light In tHe Dark

work work work
ทำงาน ทำงาน ทำงาน ... ทั้งวัน
เหนื่อยเหมือนกันนะ แต่ไม่ใช่กายหรอก
มันเหนื่อยที่ "" มากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมออฟฟิศ etc.
ไม่เหมือนสังคมในรั้วสีเขียวเวอริเดี้ยนของเราเลย
ที่ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน อย่างน้อยก็ยังมีแรงใจ จากคนรอบข้างคอยโอบอุ้ม
อยู่เสมอ ตลอดเวลา ไม่เคยทิ้งกัน
 
แต่
.
.
.
.
คืนวันเก่าๆ เหล่านั้น มันผ่านไปแล้ว
และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะมีสังคมแบบนั้น ผ่านมาให้เราได้เจออีก
คิดถึงเพื่อนๆ ที่เคยเรียนกันมา
คิดถึงข้าวตามสั่งที่นั่งกินทุกเที่ยง ที่ Union
คิดถึงสะพานสระแก้ว ถึงแม้จะเป็นไม้ต่อๆ กัน แต่ก็มั่นใจได้ว่า นั่งแล้วไม่ร่วงแน่นอน
คิดถึงตึก 50 ปี ที่เรียนมาจนจบ 4 ปี
คิดถึงรถป๊อบสีฟ้า-ขาว คันเก่งที่ น้อยครั้งจะเกเรกับเรา
คิดถึงอาจารย์ที่ภาค ที่วัยรุ่นๆ กันทั้งนั้น
คิดถึง Honda Dream สีขาว ที่แม้ว่าอยู่ไกลแค่ไหนก็จะไปรับถึงที่
 
.
.
.
คิดถึงคนที่ขี่รถคันนั้นด้วยล่ะ
.
.
.
.
 
อย่างน้อย ในความมืดก็ยังมีแสงสว่าง
ก็เหมือนกับการทำงาน ที่แม้ว่าจะไม่ค่อยดีนัก
แต่อย่างน้อยก็ยังมีแรงใจจากเพื่อนๆ จากครอบครัว จากคนรัก
มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป
 
++++++++++++++++++++++++++++++++
6月5日

Coming Soon

ประกาศ ประกาศ.... วันเสาร์ที่ 10 มิ.ย.นี้ ได้เวลาสังสรรค์กันแล้ว
ได้ข่าวมาจากมะเหมี่ยว ว่าจะนัดกันไปหาอะไรกินกันแล้วไปเม้าท์ต่อ
กันที่ห้องของเปิ้ล (แถวๆ เกษตร บางเขน)
 
ก็ดีนะ จะได้เจอกันซะที หลังจากที่เพื่อนๆ มีภาระหน้าที่อันหนักหน่วงกับการทำงาน
แล้วพอวันหยุดก็ได้มาเจอกัน เม้าท์กัน คงสนุกน่าดูเลยเนอะ (แค่คิดก็มันแล้ว)
 
เมื่อวันเสาร์ไปเดิน major เจอแหม่มด้วย คงไป Shopping (เอ๊... เหมือนเราเลย)
แต่ได้คุยกันแป๊บเดียว แต่วันเสาร์นี้ถ้าเวลาของทุกคนลงตัว เราคงได้เจอกันเนอะ
อยากให้มากันหลายๆ คน (ถ้าเป็นไปได้ มาหมดเลยก็ดีนะ) คงต้องไปเม้าท์ที่อื่นแล้ว
เนื่องจากถ้ามากันครบ ห้องเปิ้ลคงไม่พอแน่ๆ แถมดีไม่ดีโดนคุณป้าดุอีกต่างหาก
 
เอาเป็นว่า ถ้านัดกันได้แล้วยังไง (แบบชัวร์ๆ) ก็อย่าลืมบอกกล่าวกันด้วยนะ
แบบว่าโทรตามจิกตามทึ้งเพื่อนๆ มากันให้ได้ล่ะ
แล้วเราจะรอเหมือนกัน.... วันสนุกๆ ก็กำลังจะมาถึงแล้วสิ coming Soon
5月28日

วันพักผ่อน...สบายๆ

หลังจากที่ทำงานมาแล้ว 6 วัน ก็ได้เวลาพักผ่อนแล้วสิ...
 
                ตื่นเช้ามา ก็กินอาหารเช้าอร่อยๆ จากนั้นก็มีโปรแกรมไป
หัดขับรถ ก็ไปไม่ไกลมากหรอก แถวเกษตรฯ นี่เอง วันนี้รถเยอะ
เพราะมีน้องๆ ที่เพิ่งเอ็นฯ ติดมารายงานตัว การหัดขับเลยยากกว่าเดิมนิดหน่อย
เนื่องจากต้องคอยระวังเรื่องไปเฉี่ยวไปชนรถคันอื่นเข้า (พี่เพิ่งเอารถเข้าศูนย์มา)
ขืนขับไปเฉี่ยวเข้า คงโดนบ่นหูชาแน่ๆ เลยเรา ... อิ อิ
 
                หลังจากกลับมาถึงบ้าน ก็เลยได้มีเวลามานั่งพิมพ์
มาอัพสเปซของตัวเอง หลังจากที่ห่างหายไปหลายวันเลยทีเดียว
นับตั้งแต่ได้งานแล้วก็เพิ่งจะได้เข้ามานี่แหละ เพราะว่าที่ออฟฟิศ
เล่นได้ไม่ค่อยสะดวก เพราะจะมี Msg Box คอยเตือนว่าข้อมูลของคุณ
ไม่เป็นความลับ เนื่องจากจะถูกตรวจสอบโดยแผนก IT ...งานนี้มีเซ็ง
เลยต้องรอวันหยุดถึงจะได้เล่นเน็ต เช็คเมลจากเพื่อนๆ แล้วก็อ่านข่าว
เพราะไม่งั้นละก็ ได้กลายเป็นคนตกข่าวแน่นอน ทำงานทั้งวัน
 
               ช่วงนี้มีเรื่องให้เสียตังค์อยู่บ่อยๆ ทั้ง Shopping ทั้งกิน
ไม่รู้ดิ แก้ไม่หายซะที ทั้งๆ ที่เงินเดือนยังไม่ออกนะเนี๊ยะ ช๊อปเพลินเลย
ก็แบบว่าเลิกงาน 5 โมงเย็น รอพอเป็นพิธีไม่เกิน ห้าโมงครึ่ง ก็ออกมาขึ้นBTS
แวะลงอนุสาวรีย์ฯ แล้วเดินเล่น ดูของไปเรื่อยเปื่อย เพราะเหตุนี้นี่เองที่ทำให้
ต้องมีเรื่องให้เสียตังค์อยู่เรื่อยๆ ก็กะว่าหลังจากนี้จะเพลาๆ ลงหน่อย ไม่งั้น อดตายพอดี
 
               วันก่อนคุยกะมะเหมี่ยว ได้อัพเดทเรื่องราวของเพื่อนๆ ที่ตอนนี้ก็มีงานทำกัน
เกือบหมดแล้ว ก็ดีใจด้วย ที่ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านกันอีกต่อไป ...อิ อิ
 
              เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสได้นัดเจอกันเมื่อไหร่ คงมีเรื่องเม้าท์กันสนุกแน่ๆ เลย
แค่คิดก็สนุกแล้ว (แอบจินตนาการจนเห็นภาพ)
5月18日

*-* StOrY oF mY Job *-*

         เรื่องมันเริ่มจากการที่เราส่งใบสมัครไปเมื่อเดือนก่อน
แล้วเค้าเพิ่งโทรกลับมาเมื่อวันจันทร์ที่ 15 ว่าให้ไปสัมภาษณ์
เราก็ O.K. เลยนัดเป็นวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 16 ตอนบ่ายครึ่ง
         เขียนใบสมัครเสร็จ เขียน Essay ต่ออีกหนึ่งหน้า แล้ว
จากนั้นก็ได้สัมภาษณ์กับพี่อ้อย & พี่หมู (ผู้หญิงทั้งคู่) เวลา
ผ่านไปประมาณ 20 นาที ก็เสร็จ เค้าบอกให้รอเลย เดี๋ยวจะให้
สัมภาษณ์กับ Executive Director เลย ก็รอ..รอ..รอ เกือบ
ครึ่งชั่วโมง แล้วก็ได้เข้าไปสัมภาษณ์ ผ่านไปสิบนาที ก็ออกมา
นั่งรออีก 15 นาที พี่สองคนก็ออกมาแจกแจงรายละเอียดงานเลย
แบบว่า พี่รับแล้วนะ แต่แค่ 99% เหลืออีก 1% ต้องผ่านการตรวจ
สุขภาพก่อน ถ้าผ่านก็ได้ทำงานที่นี่
         คุยไปเรื่อยๆ บอกว่าเริ่มงานได้เมื่อไหร่ แต่ถ้าดีก็เริ่มเลยได้มั๊ย
เราก็เอ่อ...ได้ค่ะ (ซะงั้น) กะว่าไม่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจเลย..ว่างั้น
เป็นอันว่า ต้องไปตรวจสุขภาพหลังจากนั้นเลย ออกจาก BTS เพลินจิต
ไปลง BTS ศาลาแดง เดินไปอีกเกือบสองป้าย ถึงโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน
ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ หมดไป 530 บาท ทั้งตรวจเลือด วัดสายตา
ตรวจปัสสาวะ X-ray ตรวจร่างกาย เป็นอันเรียบร้อยทุกอย่าง
         ตอนกลับบ้านเลย โทรบอกเพื่อนๆ บางคนเป็นที่เรียบร้อย
แบบว่าเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่ ที่จู่ๆ ก็ได้งานอย่างไม่ทันตั้งตัว
                                               ------------------------------------
 
         ดังนั้นเรื่องราวของความเป็นมากว่าจะมาเป็นงานของเราได้นั้น
เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง งานวันแรกของเราคือวันพุธที่ 17 พฤษภาคม 2549
เอาเป็นว่า ขอจบเรื่องราวการเดินทางของงานไว้แค่นี้ก่อนละกัน
มีเรื่องอัพเดทใหม่ๆ แล้วจะเข้ามาพิมพ์ให้อ่านกันนะ
         ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจมากมายที่เพื่อนๆ ส่งมาให้ ดีใจและก็
อยากจะบอกว่า ขอให้เพื่อนๆ ได้ในสิ่งที่หวังไว้เหมือนกันนะจ๊ะ... Lucky ja
 
5月5日

:::: H@pPy *-* H@PpY ::::

May 4, 2006
ครบ 1 ปี กับอีก 9 เดือน ที่เราคบกัน
 
ดีใจมากๆ เลย ที่มีคนที่เรารักและรักเรามาถึงวันนี้
อยากจะบอกว่ามีความสุขมากๆ เลย เพราะว่า ...
 
     ฟืล์มมาหาที่บ้าน แล้วเราก็ทำข้าวเที่ยงกินด้วยกัน
มีทั้ง ผัดผักบุ้งหมูสับ ไข่กระเทียม (คล้ายๆ กับผัดไข่ธรรมดา)
แกงจืดเต้าหู้ไข่หมูสับผักกาดขาว แล้วก็แกงป่า (อันนี้ซื้อมา)
แม้ว่าจะเป็นอาหารธรรมดาๆ แต่มันก็มาจากความตั้งใจของคน 2 คน
ที่จะมีกิจกรรมทำด้วยกัน คนนึงผัด คนนึงปรุง ช่วยกันชิม ช่วยกันติ
 
     แล้วได้เวลาตั้งโต๊ะ กินมื้อเที่ยงกัน ผ่านไปไม่นาน ฟิล์มกินหมดเลย
ยังบอกด้วยว่า เราทำอร่อยดี ถึงไม่เหมือนกับร้านอาหาร แต่ก็อร่อยนะ
ดีใจจัง อย่างน้อย การเป็นเชฟมือใหม่ ก็ไม่เลวร้ายซะทีเดียว
ยังมีคนหลวมตัว มาชมว่าอาหารฝีมือเราอร่อยด้วย (ลองบอกไม่อร่อยดิ ... )
 
     จากนั้น ก็นั่งดูหนังเรื่อง "ลองของ" น่ากลัวมากๆ แบบว่าแหยะๆ อะ
ดูบ้าง ปิดตาบ้าง จนจบเรื่อง ดีนะที่ไม่ดูในโรง ( 120 บ. คงได้ดู 60 บ. ชัวร์)
 
     ต่อกันด้วยการไปเดินเล่นที่ major ปิ่นเกล้า ก็เดินดูของไปเรื่อยเปื่อย
ฟิล์มถูกใจรองเท้าคู่นึง ก็เลยซื้อมา เดินจนเย็นก็เลยแยกย้ายกันกลับบ้าน
 
     จริงๆ วันนี้มีนัดกินข้าวกับเพื่อนๆ ในเอกด้วย แต่ว่าพี่ชายเราดันลืมเอากุญแจบ้าน
ติดตัวไปด้วย เราเลยต้องรีบกลับ อดไปหาเพื่อนๆ เลย ฮือๆๆๆๆ ตอนแรกกะจะไม่ไป
แต่คิดอีกทีอยากไปล่ะ แต่ก็ไม่ได้ไปจนได้สิหน่า ไว้คราวหน้าละกันนะเพื่อนๆ แล้วไว้เจอกัน
 
 และแล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง ที่ดีๆ และมีความสุข
แม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็คุ้มค่ามากๆ เลยสำหรับเรา
อย่างน้อยความสุขในวันนี้ ก็เป็นกำลังใจให้เราได้มีแรงก้าวต่อไป
ในการหางานทำ หรือไปสัมภาษณ์งานตามที่ต่างๆ
และหวังว่าสักวันหนึ่ง .... เราจะได้งานทำ และมีเงินเดือนเป็นของตัวเองซะทีนะ
 
สู้ ๆ สู้ตาย ... เย้ เย้ 
 
 ******************************
5月2日

:::: ร่าเริง เบิกบาน ::::

ทักทายกันด้วยหัวข้อแบบนี้
หลายคนคงคิดแน่ๆ เลย ว่าได้งานแล้ว
แต่.... ยังหรอก
ก็แค่อยากทำวันนี้ และวันต่อๆ ไป ให้ดี
ให้เราร่าเริง เบิกบาน ก็พอแล้ว
 
อย่างวันนี้ก็ไปสัมภาษณ์งานมา แถวอโศก
คนที่สัมภาษณ์ก็เป็นรุ่นพี่ที่คณะศึกษาฯ ม.เดียวกันเลย
ก็คุยกันไปเรื่อยๆ เยอะเหมือนกัน
ถามจนหมดไส้หมดพุงแล้ว ก็กลับบ้าน
ก่อนกลับนี่สิ ... กลับมือเปล่าได้ไง
 
ก็ต้องมีการไป Shopping กันบ้าง ..  แก้เซ็งไง
เดินแถวๆ อนุสาวรีย์นั่นแหละ เป็นทางผ่านกลับบ้านด้วย
ได้กระโปรงมาตัวนึง แบบเดียวกับที่ไปดูที่ The Mall
ยี่ห้อเดียวกันเป๊ะ แต่ราคาต่างกันลิบลับ
ที่ The Mall => 490 บาท
ที่ Center One => 350 บาท
แพงกว่ากันเกือบสองร้อย ... สุดๆ เลย
 
แต่เราก็ได้ของถูกกว่า เพราะว่ากลับไปจะซื้อที่ The Mall อีกรอบ
แต่ที่ร้านเค้าขายไปแล้ว เลยไม่ได้
กลับมาได้ที่ Center One แทนในราคาถูกกว่า ... แอบดีใจ
 
นอกจากนี้ยังซื้อรองเท้าสีขาวมาด้วยคู่นึง
ก็อย่างว่าอะนะ พอเจอแบบถูกใจก็ไม่มีไซด์
พอมีไซด์ แบบก็ไม่ถูกใจ
แต่ที่ได้นี่ ก็ถูกใจด้วย มีไซด์ด้วย แถมไม่แพงอีกต่างหาก
เดี๋ยวนี้ เน้นของถูกแต่ดูดี ... อิ อิ
 
โดยสรุปแล้ว ที่จั่วหัวไว้ว่า :::: ร่าเริง เบิกบาน ::::
ก็เพราะได้ไปเดิน Shopping แล้วได้ซื้อของที่อยากได้นั่นเอง
เรื่องก็จบลงด้วยประการ ณ ฉะนี้
4月28日

^ 0 ^ update

หลังจากอัพสเปซไปหลังจากเที่ยวสงกรานต์
จวบจนได้วาระที่จะอัพอีกรอบ
จริงๆ ก็ไม่มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นหรอกนะ
แต่อยากอัพอะ...
 
ไปสัมภาษณ์มาบ้างประปราย
เริ่มจาก บ.สหวิริยา สตีล กรุ๊ป (เกี่ยวกับส่งออกเหล็ก)
ต่อมา บ.Fujitsu (เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์) อยากได้ที่นี่มากๆ แต่
ไม่มีการติดต่อกลับมาเลยอะ ... ฮือๆๆ
เพราะว่าถูกชะตาด้วย ไม่รู้ทำไมสิหน่า
 
วันที่ 2 พ.ค.นี้ จะไปสัมภาษณ์อีกที่นึง
ก็คือ บ.MAT--- Material Automatio (Thailand) Co.,Ltd. (เกี่ยวกับคอมฯ อีกเช่นกัน)
แต่ไม่รู้นะว่าเป็นไงบ้าง
 
คิดไว้เหมือนกันนะว่า
หลังจากกลางเดือนพฤษภานี้
ถ้ายังไม่ได้งานละก็
เราจะไป Aupair แล้ว
เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ทำอะไร
สู้ไปหาประสบการณ์อื่นดีกว่า
เพราะอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะกับเราก็เป็นได้
 
ตอนนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ ว่าต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
ไม่แน่นะ โครงการนี้ก็อาจจะไม่ได้อีก
เพราะว่า ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงมาก อิ อิ
แต่ถึงยังไง ก็ต้องทำอะไรซักอย่างแล้ว
อยู่กับบ้านเฉยๆ มันเกินจะทนแล้วนะ แบบว่า
เบื่อมากๆ เบื่อที่สุดในโลก ... เกินบรรยายแล้วละกัน
 
4月17日

* Wonderful Day *

สงกรานต์ที่ผ่านมา กลับบ้านไปเที่ยวตรังมาด้วย
สนุกมากๆ เพราะได้ไปเที่ยวตลอดเลย
เริ่มจากวันที่ 13
                        ออกเดินทางตั้งแต่ตี 4 ไปตรัง
                    หลับไปด้วย กินไปด้วย เม้าท์ในรถไปด้วย
                   สนุกดี แต่แอบเหนื่อยกับการนั่งรถนิดหน่อย
                   ขนาดไม่ได้ขับรถเองนะเนี๊ยะ ... อิ อิ
วันที่ 14
                       ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า ออกเดินทางไปหาดยาว
                   เพื่อไปต่อเรือหางยาวไปเกาะกระดาน ไปเล่นน้ำทะเล
                   ที่นั่นจนเกือบเที่ยง แล้วก็ออกไปดำน้ำดูปะการัง ดูปลา
                   แม่โยนขนมปังลงมา ปลามาตอดกันเต็มเลย สวยมากๆ
                   แอบโดนปลาตอดไปนิดหน่อย จั๊กจี้ ดี
                       ต่อกันด้วยไปเกาะเชือก (น้ำเชี่ยวมาก ต้องเกาะเชือกไว้
                   เลยได้ชื่อว่า เกาะเชือก เพิ่งรู้เหมือนกัน) ที่นั่นคนลงไปดู
                   ปะการังกันตรึมเลย แต่ปะการังหักหมดแล้ว ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
                   ก็เลยนั่งเรือต่อไปที่ ถ้ำมรกต คนก็เยอะอีกเหมือนกัน
                   ต้องเกาะชูชีพกันเข้าไปในถ้ำ มืดมากๆ แต่เข้าไปข้างในแล้วสวย
                   เพดานถ้ำเป็นสีเขียววมรกตเลยล่ะ ข้างในเป็นหาดทรายนิดหน่อย
                   ขากลับว่ายน้ำออกมาอีกรอบ เหนื่อยเลย แต่ก็คุ้มดี
                       ตบท้ายมื้อเย็นในตัวเมือง เป็นอาหารทะเล ทั้งปลาเผา หอยแครง
                   ห่อหมกทะเล ยำต่างๆ ... น้ำลายไหล
วันที่ 15
                       ตื่น 6 โมงเช้าอีกเหมือนกัน ออกไปกินติ่มซำ (แบบว่าครบชุดมากๆ)
                   อิ่มแล้วก็กลับมาดูทีวี กินข้าวเที่ยง แล้วก็ออกเดินทางไปน้ำตกโตนเต๊ะ
                   คนเยอะมากๆ แต่ก็สามารถมากๆ ที่จะหาที่นั่งและเล่นน้ำกันได้ โดยไม่ร้อน
                   เล่นกันจนถึงบ่าย 3 เก็บของกลับไปอาบน้ำ แล้วก็ออกไปกินข้าวเย็นที่นอกเมือง
                   ก็อร่อยดี เพราะเป็นร้านที่มีคนแนะนำมา
วันที่ 16
                       ตื่นตี 4 อาบน้ำ เตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ง่วงมากๆ ขึ้นรถปุ๊บ หลับปั๊บ
                   กลับมาถึงกรุงเทพฯ ก็ 5 โมงเย็น ไม่ร้อนมาก เพราะฝนตกประปราย อากาศกำลังดี
 
     สรุปแล้ว ทริปส์ นี้ Happy มากๆ ได้อยู่กับครอบครัว ได้ไปเที่ยวด้วยกัน
ได้กลับไปเติมแรงและกำลังใจมาเต็มพิกัดเลย มีเรื่องดีอีกเรื่องคือ มีบริษัทโทรมานัดสัมภาษณ์แล้ว
ไปพรุ่งนี้แล้วล่ะ ขอให้ได้งานด้วยเหอะ ... ลุ้นจะแย่แล้ว...อิ อิ
4月12日

*# ไปเที่ยวสงกรานต์@ตรัง #*

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่เราจะมานั่งหางาน
พรุ่งนี้เช้าเราก็จะออกเดินทางไปหาป๊ากะม๊า ที่ ... ตรัง
นอกจากนี้ยังจะหาที่เที่ยวด้วย ก่อนกลับมาหางานอีกรอบ
อยากไปเที่ยวทะเล ไม่ก็ไปถ้ำ หรือไม่ก็ไปเกาะ
แต่ไม่ใช่เกาะแม่กินนะ คนละเรื่องกัน
 
ไปเติมกำลังใจและแรงใจอีกรอบจากครอบครัว
ก่อนที่จะมาเจอกับสภาพเดิมๆ ก็คือหางานไปวันๆ
แล้วก็รอสัมภาษณ์ แล้วก็รอผลตอบรับ
 
แต่แอบหวังไว้ลึกๆ เหมือนกันนะว่า
หลังจากสงกรานต์แล้ว กลับมากรุงเทพฯ แล้ว
จะมีสักบริษัทนึง ที่เรียกไปสัมภาษณ์งาน
หรือไม่ก็ คงจะได้งานในเร็ววันนี้
เอ๊.... แต่ว่า จะเป็นการหวังลมๆ แล้งๆ รึเปล่านะ
ไม่หรอก ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองสิ
ว่าไม่ช้าก็เร็ว เราต้องมีงานทำ
ซึ่งเป็นงานที่เหมาะกับเรา
เป็นงานที่ดี สภาพแวดล้อมที่ดี
และสิ่งดีๆ จะตามมา
4月11日

^_^ กำลังใจ ^_^

  จากวันที่รอคอยมานาน...ถึงคำตอบของบริษัทที่ไปสัมภาษณ์มาสามรอบ
คำตอบที่ได้ คือ "ไม่ได้" เพราะน้องยังเด็กเกินไปนะคะ
แล้วจะให้ไปสัมภาษณ์ทำไมตั้งหลายรอบ เฮ้อ แอบเซ็งอะ
 
                ร้องไห้ ร้องไห้...ฮือ ฮือ          
 
แต่หลังจากโทรไปหาเพื่อนและพ่อหมีมาแล้ว
สิ่งที่ได้รับกลับมา มันดีจังเลย
สิ่งที่ได้นั้นคือ "กำลังใจ"  
ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า...อย่าคิดมากนะ
ไว้หาใหม่ก็ได้ ที่อื่นมีอีกเยอะแยะไป
ไม่ต้องเสียใจ
 
ดีจัง ที่อย่างน้อย เวลาที่ไม่สบายใจ
เรายังมีเพื่อนมีพ่อหมี เป็นกำลังใจอยู่เสมอ
ขอบคุณนะ  
 
ตอนนี้ดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่เสียใจแล้วด้วย
คิดซะว่า งานนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา
เราอาจจะได้งานที่ดีกว่านี้ก็ได้
หรือไม่ก็ เป็นงานที่เหมาะกับเรามากกว่า...รออยู่
สู้ต่อไป สู้ๆ สู้ตายค้าบ